1.ชื่อการทดสอบ : สารตะกั่ว (Lead) ใน Whole Blood
2.ข้อบ่งชี้ในการส่งตรวจ (indication) : การตรวจหาปริมาณสารตะกั่วในเลือด ของผู้ป่วยที่ได้รับสารตะกั่ว หรือสงสัยว่าได้สัมผัสสารตะกั่ว เพื่อใช้ในการติดตาม การรักษาของแพทย์
3.การเตรียมผู้ป่วย ( patient preparation ) : ไม่มี
4.สิ่งส่งตรวจ ( specimen ) ปริมาณและภาชนะที่ใช้เก็บ ( collection medium ) : Whole blood 3 - 5ml ที่เก็บในหลอดเลือดใช้สารกันเลือดแข็งชนิด EDTA, Sodium Heparin และ Lithium Heparin สามารถใช้ในการตรวจได้ทั้งสิ้น
(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 1 เดือน หรือผู้ป่วยที่เจาะเลือดยากให้ใช้ Hematocrit Tube ที่ ใช้สารกันเลือดแข็งชนิด EDTA, Sodium Heparin และ Lithium Heparin อย่างน้อย 6 tube
5.การส่งสิ่งส่งตรวจและข้อควรระวัง ( handling ) : ควรนำส่งห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก ศูนย์พิษวิทยาศิริราชทันทีหลังจากเก็บส่งสิ่งส่งตรวจ หรือภายใน 24 ชั่วโมงเก็บที่ 2 - 8 องศาเซลเซียส
6.วันและเวลาทำการตรวจวิเคาระห์ (testing schedule) : ทุกวันทำการราชการ
7. การประกันเวลาการทดสอบ ( TAT ) : 2 - 3 วันทำการราชการ
8. วิธีการอ่านผล : Plot graph calibration standard curve คำนวณปริมาณสารตะกั่วในเลือด โดยใช้ Linear regression equation มีหน่วยเป็น microg/dl
9. การแปลผล : ค่าระดับปกติของสารตะกั่วในเลือด
เด็ก < 30 microg/dl
ผู้ใหญ่ < 40 microg/dl
คนสัมผัส < 60 microg/dl
10. การควบคุมคุณภาพ : สำหรับการควบคุมคุณภาพการทดสอบสารตะกั่วในเลือด ต้องการ Low, Medium และ High Control อย่างละ 1 ตัวอย่าง เพียง 1 ครั้งในการทำงานแต่ละวัน ค่าของ Control สารตะกั่วในเลือด ควรอยู่ในระดับช่วงค่าที่ยอมรับได้ตามที่ระบุในเอกสารกำกับขุดน้ำยา Control ถ้าค่าของ Control ตกออกไปจากช่วงค่าที่ระบุไว้ผลการทดสอบครั้งนั้นไม่สามารถยอมรับได้ ต้องทำการทดสอบซ้ำใหม่ทั้งหมด และบ่งชี้ว่าควรทำ Calibration ซ้ำอีกครั้งารถยอมรับได้ ต้องทำการทดสอบซ้ำใหม่ทั้งหมด และบ่งชี้ว่าควรทำ Calibration ซ้ำอีกครั้ง
11. ราคาค่าตรวจ : 000 บาท
12. วิธีตรวจ (methodology) : อาศัยหลักการ กราไฟท์เฟอร์แนสอะตอมมิกแอบซอร์พชันสเปกโทรมิเตอร์
13. สิ่งรบกวนต่อการวิเคาระห์ (interference) : การปนเปื้อนในการเก็บ,การเตรียมสิ่งส่งตรวจ ,รวมถึงความชำนาญของผู้ใช้เครื่อง Atomic Absorption Spectrophotometry มีผลทำให้การตรวจสารตะกั่วในเลือด ผิดพลาดได้
14. เอกสารอ้างอิง : Velghe, N., Campe, A. and Claeys, A. 1982. Determination of Copper in undiluted serum and whole blood by Atomic Absorption Spectrophotometry with Graphite Furnace. Atomic Spectroscopy. 3(2) : 48-50
Subramanian, K.S. 1988. Determination of Trace metals in blood by Graphite Furnace Atomic Absorption Spectrophotometry : Recent Studies. Atomic Spectroscopy. 9(5) : 169-178.